เป็นไปตามความคาดหมายกับการประกาศผลรางวัลสุพรรณสงส์ประจำปี 2562 ที่ภาพยนตร์สุดแสนจะอื้ออึงและกวาดรางวัลจากต่างประเทศมากมายอย่าง “มะลิลา” หนังรักแหวกกระแสสามารถกวาดรางวัลในครั้งนี้ได้ไปมากถึง 7 รางวัลรวมไปถึงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม ดังนั้นในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับหนังรักเรื่องดัง เรื่องนี้ “มะลิลา”

“มะลิลา” หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า The Farewell Flower นั้นเป็นภาพยนตร์ไทยแนวดราม่าที่ผลิตภายใต้โครงการการสนับสนุนของกระทรวงวัฒนธรรมโดยได้ผู้กำกับฝีมือดีอย่าง “อนุชา บุญยวรรธนะ” โดยละครเรื่องมะลิลานั้นเป็นเรื่องราวของ “เชน” (นำแสดงโดยเวียร์ ศุกลวัฒน์) เจ้าของสวนมะลิผู้มีอดีตอันเจ็บปวดคือเขาเองนั้นต้องสูญเสียลูกสาวไปจากเหตุการณ์บางอย่าง กับ “พิช” (นำแสดงโดยโอ อนุชิต) ศิลปินนักทำบายศรี ที่ป่วยเป็นมะเร็งในระยะสุดท้ายและเป็นอดีตคนรักของเชนในวัยเด็กที่หลังจากทั้งคู่นั้นได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ทั้งคู่ก็พยายามที่จะเยียวยาบาดแผลในอดีตที่ตนเองมีและรื้อฟื้นความสัมพันธ์อันลึกซึ้งของทั้งสองคนผ่านการทำบายศรีอันงดงาม

หนังน่าดูที่มีดีมากกว่าเนื้อเรื่อง

ถ้าหากจะถามถึงจุดเด่นที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่อง “มะลิลา” เรื่องนี้ได้รับรางวัลทั้งในและต่างประเทศแล้วล่ะก็หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเพราะดาราแม่เหล็กที่ดึงดูดคนดูทั่วโลกอย่าง “เวียร์ ศุกลวัฒน์” แต่ทว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้กวาดรางวัลมากมายก็คือในเรื่องของเนื้อหาละครและการถ่ายทอดมันออกมาที่แม้ว่าจะไม่ได้ออกมาแบบโจ๋งครึ่มจนคนดูรับไม่ได้แต่มันก็ค่อยๆ สอดแทรกสิงที่ต้องการนำเสนอสื่อผ่านทางมรดกทางวัฒนธรรมอย่างบายศรีซึ่งถ้าหากใครที่เคยดูผลงานของผู้กำกับอนุชา บุญยวรรธนะ มาก่อนหน้านี้ในเรื่อง “อนธกาล” เชื่อว่าทุกคนย่อมต้องเห็นพัฒนาการในการกำกับภาพยนตร์ของเธอที่เพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน

นอกจากพล็อตเรื่องที่คนส่วนใหญ่เชื่อว่าทำไม่ได้จนกลายมาเป็นภาพยนตร์เรื่องเยี่ยมแล้ว การลำดับภาพและการถ่ายทำอย่างเป็นขั้น เป็นตอน มีที่มาที่ไป ก็ช่วยให้หนังน่าดูเรื่องนี้มีความงดงามมากยิ่งขึ้น

ต้องยอมรับว่าก่อนหน้าที่ “มะลิลา” จะไปกวาดรางวัลจากต่างประเทศและล่าสุดได้รับรางวัลเกียรติยศสุพรรณหงส์ทองคำนั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้ มีคนรู้จักน้อยมากในประเทศไทยและเป็นภาพยนตร์ที่แพ่หลายเฉพาะกลุ่มในกลุ่มเล็กๆ เท่านั้นด้วยว่าคนไทยยังคงติดกับภาพลักษณ์เดิมๆ ที่ว่าหนังรักหรือภาพยนตร์ประเภทนี้เป็นหนังเกย์บ้าง เป็นภาพยนตร์รักร่วมเพศบ้าง จนลืมคิดไปถึงแก่นแท้ของหนังที่ผู้กำกับต้องการจะสื่อแต่ทว่าเมื่อได้รับรางวัลกลับมาก็เริ่มมีกระแสที่ทำให้คนหันมาดูหนังเรื่องนี้มากขึ้น

ดังนั้นหากใครที่ยังไม่เคยมีโอกาสได้ดูภาพยนตร์ “มะลิลา” น่าจะลองเปิดใจและหาเวลาลองรับชมดูแล้วเราจะรู้ว่าบางทีความรักก็ไม่ได้แบ่งเพศแต่ประการใด