สำหรับหนัง si-fi เน้นความแอคชั่นและเอเลี่ยนต้องยกให้เรื่องนี้เลย ในภาคใหม่นี้ได้คู่หูคู่ใหม่อย่างคริส เฮมส์เวิร์ธและเทสซา ธอมป์สันมารับบทนำที่เข้าขากันมากทีเดียว ตัวหนังมีการแฝงความเป็นพลังหญิงเบาๆ เสียด้วยเพราะในภาพก่อนๆ จะเป็นชายชุดดำแต่ภาคนี้ เทสซาเป็นสาวชุดดำที่ได้รับภารกิจ

เสน่ห์ของ Men in Black ยังคงลงตัวและกลมกล่อมเสมอ

           ในภาคนี้จะไม่ใช่ชายชุดดำ 2 คนแล้วเพราะมอลลี่ สาวสุดมั่นที่เชื่อว่าเอเลี่ยนมาจริงอยู่ในโลกของเรา ได้ค้นหาจนเจอหน่วย MIB และได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยงาน เธอได้มาเป็นคู่หูคนล่าสุดของเอเจนท์เอช หนุ่มหล่อในองค์กรได้รับการยกย่องเมื่อ 7 ปีก่อนที่ปราบเอเลี่ยนได้สำเร็จ ซึ่งเรื่องราวก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเพราะในองค์กรเกิดมีหนอนบ่อนไส้ พวกเขาจึงต้องตามสืบว่าใครกันแน่ที่เป็นหนอน

บอกเลยว่าเนื้อเรื่อง Men in Black: International ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ MIB ในภาคที่ผ่านๆ มาเลยสักนิด แต่กลิ่นอายของตัวหนังยังคงเป็น MIB อย่างชัดเจน ในภาคนี้จะได้เห็นการไล่ลาเอเลี่ยนในอังกฤษ ฝรั่งเศส และความแปลกใหม่คือได้เห็น MIB หญิงชุดดำคนแรกอีกด้วย ตัวหนังสอดแทรกมุกตลกได้ถูกจังหวะ ดูแล้วเพลินแม้จะไม่ได้ตื่นตาตื่นใจมากก็ตาม แต่หากเทียบกับสามภาคแรกล่ะก็ เนื้อเรื่องในภาคนี้อาจดูหลวมกว่าและคงเทียบกันไม่ได้ แต่สิ่งที่มาชดเชยในเสน่ห์ที่หายไปคือเคมีที่เข้ากันสุดๆ ของคู่หูคู่ใหม่อย่างคริสและเทสซา ที่เล่นกันแล้วเข้ากันสุดๆ เพิ่มพลังความน่ารักน่าติดตามได้มากทีเดียว สำหรับหนุ่มคริสในบทชายชุดดำนั้นทำได้ดีลืมภาพทอร์ไปเลย ส่วนสาวเทสซานั้นด้วยความฉลาดและดูคูลๆ ทำให้เธอดูน่าสนใจมาก

การดำเนินเรื่องนั้นดูได้สบายๆ ไม่ซับซ้อนมากและเชื่อว่าหลายคนเดาทางออกได้ตั้งแต่แรก แต่ด้วยส่วนประกอบอื่นๆ ทำให้ดูแบบเพลินๆ ไม่คิดอะไรและไม่ตะขิดใจมากนัก เพราะอย่างที่บอกว่ามีหลายอย่างที่มากลบข้อเสีย ทั้งเคมีของนักแสดงและเหล่าเอเลี่ยนที่น่ารักมาแย่งซีนได้ดีทีเดียว ด้านเอฟเฟคต่างๆ ของอาวุธไฮเทคก็ทำได้ในระดับมาตรฐานหนัง si-fi เพราะด้วยความที่มีมา 3 ภาคแล้วอาจจะไม่ค่อยตื่นตาตื่นใจนัก อุปกรณ์ไฮเทคในการปราบเอเลี่ยนก็ไม่ได้หวือหวากว่าภาคก่อนๆ

รวมๆ แล้วหากอยากดูเพื่อความสนุกไม่ได้อะไรมากก็เหมาะกับการหยิบมาดูในวันว่างๆ ต้องการคลายเครียดประมาณนี้ถือว่าดูได้สนุกพอสมควร เป็นหนัง si-fiที่ดูไปหัวเราะไปไม่เครียดเลยจริงๆ