Bad Boys สำหรับหนังเรื่องนี้ห่างจากภาคแรกเกือบ 20 ปีเลยทีเดียว บางท่านอาจจะเกิดไม่ทันดูเรื่องนี้ในภาคแรก ลองไปตามเก็บกันดูแต่จะดูในภาคนี้เลยก็ได้เช่นกันเพราะสามารดูแยกได้เนื้อหาไม่ได้ต่อเนื่องกัน เพียงแค่บอกที่มาที่ไป ไปตามดูที่หลังก็รู้เรื่อง สำหรับภาคนี้นั้นเรื่องราวของ Bad Boys for Life ในภาคนี้นั้นเป็นช่วงการเปลี่ยนผ่านวัยจากตำรวจหนุ่มสุดระห่ำมาอยู่ในวัยที่เริ่มอยากเกษียณ สำหรับมาร์ติน ลอว์เรนซ์นั้นอยากจะไปใช้ชีวิตแบบธรรมดาๆ เป็นคุณตาที่ดูแลหลานชายแรกคลอด แน่นอนว่าคนเป็นตาย่อมเห่อหลานอยู่แล้ว แต่การจะออกไปใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายนั้นก็ไม่ง่ายอย่างที่ใจคิดเพราะคู่หูอย่างไมค์เพิ่งถูกคนร้ายกระหน่ำยิงแบบเสียเหลี่ยมตำรวจ เขาเลยอยากจะจับคนร้ายให้ได้แม้จะยังไม่มีเบาะแสว่าคนร้ายเป็นใครก็ตาม รู้แค่ว่าจะต้องพัวพันกับคดีเก่าๆ สักคดีที่เคยทำมาแน่นอน ดังนั้นไมค์เลยกลับมาชวนคู่หูคู่ซี้ให้กลับมาร่วมทีมแต่ก็ไม่ง่ายเพระในยุคปัจจุบันอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ พัฒนาไปมากทำเอาสองหนุ่มถึงกับงงไปพักใหญ่

และด้วยความที่ยุคสมัยในหนังเปลี่ยนไปนี่แหละทำให้ตัวหนังมีความสนุกมากยิ่งขึ้น และได้สองผู้กำกับอย่าง Adil El Arbi กับ Bilall Fallah มากุมบังเหียนยิ่งทำให้หนังดูมีเสน่ห์แบบดิบๆ เน้นความบู๊เต็มพิกัดโดยไม่ต้องสนใจหลักการหรือเส้นเรื่องมากนัก ดังนั้นจึงได้เห็นความระห่ำและความดุเดือดแบบไม่มีกั๊ก ความน่าสนใจคือการรนำวัยและการเปลี่ยนผ่านยุคสมัยมาเล่าในเรื่องได้อย่างลดตัวมากทีเดียว ซึ่งก็ไม่ทิ้งกลิ่นอายหนังคู่หูตำรวจแบบยุค 90 ทำให้กลมกล่อมและจัดจ้านด้วยฉากแอคชั่นเท่ๆ และดูสมจริงมากทีเดียวคือต้องยกความดีความชอบให้สองดาราด้วย วิล สมิธ กับ มาร์ติน ลอว์เรนซ์ ที่เคมีเข้ากันสุดๆ เล่นด้วยกันเข้าขากันมากและทำให้ตัวหนังมีเสน่ห์น่าติดตาม

สำหรับบทนั้นอาจจะอ่อนไปหน่อยแต่เนื่องจากเป็นแนวแอคชั่นก็พอให้อภัยได้ แม้จะออกไปทางแฟนตาซีด้วยความมีเวทย์มนต์คาถาเข้ามาเกี่ยวข้อง บางอย่างก็ดูไร้สติแต่ทั้งนี้ด้วยการออกแบบโครงเรื่องที่มีความซับซ้อนจึงลบข้อด้อยต่างๆ ไปได้ เชื่อว่าหลังจากมีภาคนี้ออกมาแล้ว ในอนาคตจะมีภาคต่อๆ ไปให้ติดตามอีกแน่ๆ แฟนๆ Bad Boys for Life คงต้องติดตามกันต่อ ดูว่าเรื่องราวของทั้งสองหนุ่มจะดำเนินไปอย่างไร แต่ที่แน่ๆ ยังคงเป็นแนวแอคชั่นบู๊ดุเดือดสไตล์ธีมหนัง แต่เรื่องราวจะดำเนินต่อไปอย่างไรคงต้องรอติดตามในภาคต่อๆ ไป